แบ่ง 7 ชนิดเรซิ่นที่ใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer มีอะไรบ้าง

แบ่ง 7 ชนิดเรซิ่นที่ใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer มีอะไรบ้าง

1 นาทีในการอ่าน

ก่อนจะปริ้นงานด้วย Resin 3D Printer รู้หรือเปล่าว่าเรซิ่นมีถึง 7 ชนิด? ตั้งแต่แบบทั่วไปสำหรับงานต้นแบบ, แบบ Tough ทนทานคล้าย PP, แบบทนความร้อนสูง 200-300°C, แบบแข็งพิเศษผสม Ceramic, แบบ Wax สำหรับงานจิวเวลรี่, แบบยืดหยุ่นคล้ายยาง ไปจนถึงเรซิ่นทันตกรรมมาตรฐานสูง เลือกให้ถูก งานออกมาดี ไม่มีปัญหาตามหลัง อ่านรายละเอียดครบทั้ง 7 ชนิดได้ในบทความนี้เลย

ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่อง Resin 3D Printer ได้รับความนิยมสูง ด้วยการนำไปใช้งานที่หลากหลาย ทั้งงานต้นแบบทันตกรรม จิวเวลรี วิศวกรรม ฯลฯ และวัสดุตัวช่วยที่ทำให้ได้งานออกมาดีมีประสิทธิภาพก็คือ เรซิ่นอย่างไรก็ตามวัสดุประเภทนี้มีให้เลือกถึง 7 ชนิดด้วยกัน การนำไปใช้งานย่อมแตกต่างกัน และเพื่อให้เข้าใจ สามารถเลือกใช้ได้เหมาะสมตอบโจทย์งานมากที่สุด ต้องศึกษาให้ละเอียด

แนะนำ 7 ชนิดเรซิ่นที่ใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer

1. กลุ่มงานวิศวกรรม หรือ กลุ่ม Tough and Durable

เป็นกลุ่มเรซิ่นที่นำมาใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer ที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับวัสดุที่ทนต่อการสึกกร่อน มีความยืดหยุ่น  มาพร้อมคุณสมบัติเชิงกลคล้ายกับโพลีโพรพิลีน หรือ PP ที่มีการยืดตัวสูง มีค่าโมดูลัสต่ำ มีแรงต้านทานแรงกระแทกสูง ทำให้ผลิตชิ้นส่วนออกมาผิวมีความมันวาว ผิวเรียบ ความต้านทานสูง ไม่เสียรูป เหมาะกับงานสินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ตลับลูกปืน Snap fits และ flexures รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้มีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ

2. กลุ่มงานโมเดลทั่วไป งานต้นแบบ Standard Resin หรือ General Resin

เป็นงานที่เหมาะกับทำต้นแบบ ทำโมเดลทั่วไป เสมือนตัวเริ่มต้นของทุกแบรนด์ สามารถพิมพ์ได้ง่าย มีความคมชัด เรซิ่นจะมีตัวเลือกจำนวนสี มีความพิเศษมากที่สุด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ

  • กลุ่มเรซิ่นทั่วไป
  • กลุ่มเรซิ่นแบบพิมพ์ไว สามารถพิมพ์ออกมาได้ไวมากกว่าปกติ 5 – 10 เท่า ความละเอียดด้อยกว่าแบบกลุ่มเรซิ่นทั่วไป
  • กลุ่มเรซิ่นล้างด้วยน้ำ ใช้น้ำเปล่าล้างได้ ช่วยประหยัดสารเคมีล้าง ประหยัดน้ำยา

3. กลุ่ม Heat Resistant

จะนำมาใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer เหมาะกับงานติดตั้งที่ทนทานความร้อน อุปกรณ์การไหลของของเหลว ตันแบบแม่พิมพ์ เครื่องมือ หรือ thermoforming ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ต้องการความเสถียรทางความร้อนสูง การทำงานของอุณหภูมิที่สูง ซึ่งจะทนทานความร้อนได้ 200 – 300 องศาเซลเซียส

4. กลุ่มแข็งเป็นพิเศษ หรือกลุ่ม Stiff

เป็นกลุ่มที่มีความแข็งพิเศษ หรือที่เรียกว่า Standard/General Resin แต่ก็ไม่ได้ตกแล้วจะแตกทันที บางชนิดก็ผสม Ceramic หรือสารตัวเติมเข้าไป จึงทำให้มีความแข็งงแกร่งสูงกว่าปกติ ทนทานต่อการเสียรูป เหมาะกับงานพิมพ์ผนัง หรือความหนาแบบบาง ๆ ได้อย่างดีที่สุด

5. กลุ่มจิวเวลรี หรือ Wax Resin

กลุ่มเรซิ่นที่นำมาใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer จะเหมาะกับงานจิวเวลรี่ที่มีขี้ผึ้ง หรือPolymer Wax ผสมอยู่ตามสูตรของผู้ผลิต เป็นงานเรซิ่นที่หากนำไปเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงเกิน 700 องศาเซลเซียส ก็แทบไม่มีเขม่าจากการเผา หรือน้อยจนไม่มีเทียบเท่า 0 – 0.05%

6. กลุ่ม Flexible Resin/ Elastic Resin/Rubber-lie Resin

เป็นกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายยาง ทำให้วิศวกรจำลองชิ้นส่วนยางที่อ่อนนุ่มต่อการสัมผัสได้ดีและทำง่ายมาก มีความรวดเร็ว ค่าโมดูลัสต่อแรงดึงต่ำ แต่การยืดตัวที่จุดขาดสูงมาก เหมาะกับงานที่ต้องบีบอัด หรืองอตัว ค่าความแข็งยืดหยุ่นได้ 2 ค่า คือ Hardness ยิ่งน้อย ก็จะน้อยตาม ซึ่งตัวอักษรน้อยมักนิ่มมากกว่าที่มีตัวอักษรมาก อย่าง Shore 75A จะนิ่มกว่า Shore 75D เป็นต้น นำไปใช้งานหลากหลาย เช่น ตรายาง บรรจุภัณฑ์ การสร้างต้นแบบที่สามารถใช้สวมใส่ได้ อาทิ เสื้อผ้า หรือรองเท้า

7. กลุ่มเรซินทันตกรรม

สุดท้ายเป็นกลุ่มที่ก็นำมาใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer ด้วยเช่นกัน อย่างกลุ่มทันตกรรมที่ใช้เพื่อเป็นต้นแบบทำโมเดล หรือใช้จริงภายในร่างกายคน เช่น รีเทนเนอร์ การรักษารากฟันที่ต้องมีตัวสวมใส่ในช่องซี่ฟัน ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีราคาสูง และมีมาตรฐานการทำงานที่ต้องถูกต้องตามผู้ผลิต เพื่อให้ได้ชิ้นงานตรงกับบุคคลและมีมาตรฐาน

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากที่ได้รู้เรื่องราวของเรซิ่นที่นำมาใช้กับเครื่อง Resin 3D Printer ทั้ง 7 ชนิดเหล่านี้ จะสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม ตอบโจทย์กับงานมากที่สุด ผลผลิตออกมามีประสิทธิภาพ และไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

แท็ก


Blog posts

เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่าน

คุณมีบัญชีหรือยัง?
สร้างบัญชี