
รู้จัก 5 ประเภทวัสดุยอดนิยมสำหรับใช้ในงานพิมพ์ 3D Printing
1 นาทีในการอ่าน

1 นาทีในการอ่าน
งานพิมพ์ 3D Printing ไม่ได้ใช้วัสดุแบบเดียวกันทั้งหมด รู้หรือเปล่าว่ามีถึง 5 ประเภทหลัก? ตั้งแต่เรซิ่นสำหรับงานละเอียดอย่างจิวเวลรี่และ Art Toy, พลาสติก Filament อย่าง PLA / PETG / ABS ที่ใช้งานง่ายที่สุด, คอมโพสิตที่ผสมวัสดุเพื่อความแข็งแกร่งพิเศษ, โลหะสำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงอย่างการแพทย์และการบิน ไปจนถึงวัสดุพิเศษอย่างปูนและเซรามิกที่กำลังมาแรง เข้าใจแต่ละประเภท เลือกได้ถูก งานออกมาดีแน่นอน อ่านรายละเอียดครบได้ในบทความนี้เลย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานพิมพ์ 3D Printing หรือเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีความสามารถในการใช้งานที่หลากหลาย แม้จุดประสงค์ของการทำงานคือการสร้างวัสดุขึ้นทีละชั้นในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน แต่กระบวนการในการแปรรูปวัสดุแตกต่างกัน จึงอยากจะพาทุก ๆ คนไปทำความรู้จักกับประเภทวัสดุยอดนิยมสำหรับใช้ในงานพิมพ์ดังกล่าว ซึ่งมีด้วยกัน 5 ประเภท โดยแบ่งได้ตามเทคโนโลยีที่ใช้ในการแปรรูป
เป็นงานพิมพ์ 3D Printing ที่ใช้กับเครื่อง DLP และ SLA เหมาะกับงานชิ้นเล็กชิ้นน้อย รายละเอียดขนาดเล็ก เช่น ตุ๊กตา เครื่องประดับ Figure รวมถึงตอนนี้คือ Art Toy ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งวัสดุประเภทนี้ต้องผ่านขั้นตอนการอาบ และอบแสง เพื่อให้เกิดความแข็งแรง สีสันสดใสสวยงาม พร้อมใช้งาน
ถือเป็นกลุ่มที่พบเห็นได้บ่อยสุดในงาน 3D Printing ด้วยจุดเด่นด้านราคาถูก หาซื้อได้ง่าย ขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินการไม่ยุ่งยาก มีตัวเลือกใช้งานเยอะ แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้กับเครื่องพิมพ์ FFF และ FDM
เป็นวัสดุที่ถูกจัดในกลุ่มวัสดุแบบ Filament แต่เป็นอีกประเภทที่ใช้เพราะคุณสมบัติทางกายภาพที่ต่างกันมาก ด้วยคุณสมบัติการผสมผสานของวัสดุต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน มีความแข็งแรงที่เด่นชัด โดยคุณสมบัติเปลี่ยนไปตามส่วนประกอบหลัก เช่น Sandvik จะผสมผงเพชรกับโพลีเมอร์เพื่อใช้พิมพ์เพชรด้วยการพิมพ์ 3 มิติขึ้นมา
เป็นวัสดุที่ใช้งานอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การบิน และอากาศยาน งานมีความซับซ้อน มีความจำเพาะเจาะจงที่ต่างกัน รวมถึงน้ำหนักเบา และทนทาน ทำให้วัสดุ 3D Printing ดังกล่าวกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้งานและเกิดมูลค่าสูง และเพื่อให้กักเก็บผงโลหะ รวมถึงไอระเหยที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจในการผลิตจึงต้องมี Chamber ทั้งนี้ กระบวนการขึ้นรูปก็จำเป็นต้องใช้วิธีอบความร้อนเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ซึ่งวัสดุที่มักได้รับความนิยมนำใช้งานคือ อะลูมิเนียม, นิกเกิล, ไทเทเนียม และสเตนเลส เป็นต้น
ปิดท้ายวัสดุพิเศษ หรือ Specials/Specific Material เป็นกลุ่มผลิตแบบเฉพาะทาง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัสดุที่อยู่ในการพัฒนา เช่น กลุ่มเพื่องานพิมพ์เนื้อเยื่อที่ใช้ทางการแพทย์ เป็นต้น รวมถึงยังมีกลุ่มปูน กลุ่มเซรามิก ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมใช้งานสูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ แต่ก็ยังไม่ได้ใช้งานวงกว้างเท่าไรนัก
ทั้งหมดนี้ก็คือวัสดุยอดนิยมสำหรับใช้ในงานพิมพ์ 3D Printing ที่แต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเฉพาะ และมีความแตกต่างด้านการนำไปใช้งานอย่างมาก การที่เราได้รู้จัก ได้ศึกษาข้อมูลมีส่วนช่วยให้การเลือกใช้งานตอบโจทย์มากที่สุด ได้งานที่ผลิตออกมาดีมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง