คำอธิบาย
Anycubic Standard Resin V2
อัปเกรดความแกร่ง เพื่องานพิมพ์ที่สมบูรณ์แบบ
Anycubic Standard Resin V2 คือการพัฒนาต่อยอดจากเรซินรุ่นยอดนิยม (Classic Formula) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความเหนียวและความทนทานต่อแรงกระแทก เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือโปรที่ต้องการงานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง รายละเอียดคมชัด และไม่เปราะหักง่ายเหมือนเรซินทั่วไป
✨ จุดเด่นของสินค้า:
-
ความเหนียวที่เหนือกว่า (Enhanced Toughness): อัปเกรดสูตรใหม่ให้มีการยืดตัว ณ จุดขาด (Elongation at Break) เพิ่มขึ้นถึง 93% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้ชิ้นงานมีความทนทาน ไม่หักง่าย และรองรับการกระแทกได้ดีขึ้น
-
ความแม่นยำสูงและการหดตัวต่ำ: ออกแบบมาให้มีอัตราการหดตัวที่น้อยลง ช่วยลดความเสี่ยงในการบิดเบี้ยวของชิ้นงาน ทำให้ได้โมเดลที่มีขนาดแม่นยำตามดีไซน์และเก็บรายละเอียดขอบมุมได้คมกริบ
-
กลิ่นอ่อนลง (Low Odor): ปรับปรุงสูตรทางเคมีเพื่อลดกลิ่นฉุนขณะพิมพ์ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้นและสะดวกสบายกว่าเดิม
-
ใช้งานง่าย อัตราความสำเร็จสูง: มีค่าความหนืด (Viscosity) ที่เหมาะสม ทำให้ไหลตัวได้ดีและเซ็ตตัวไว ช่วยลดโอกาสการพิมพ์ล้มเหลว เหมาะสำหรับงานหลากหลายประเภท เช่น ฟิกเกอร์, โมเดลสถาปัตยกรรม หรือต้นแบบสินค้า
-
ความเข้ากันได้กว้างขวาง: รองรับเครื่องพิมพ์ 3D ระบบ Resin (LCD/DLP) ส่วนใหญ่ในตลาดที่ใช้ความยาวคลื่นแสง UV ช่วง 365-405nm
📊 ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications):
-
ความแข็ง (Hardness): 80-83 Shore D
-
การยืดตัว ณ จุดขาด (Elongation at Break): 25-30%
-
ความหนืด (Viscosity): 250-350 mPa·s (25°C)
-
การหดตัว (Shrinkage): 4.3%-5.6%
-
ความแข็งแรงต่อแรงดึง (Tensile Strength): 35-45 MPa
-
ระยะเวลาการฉายแสง (Exposure Time): ประมาณ 2.5 - 3 วินาที (สำหรับจอ Mono)
📦 เหมาะสำหรับ:
-
โมเดลฟิกเกอร์และตัวละครเกม (Figures & Miniatures)
-
งานต้นแบบทางวิศวกรรมที่ต้องการความแข็งแรงระดับปานกลาง
-
โมเดลจำลองทางสถาปัตยกรรม
-
ชิ้นส่วนประกบ (Snap-fit) ที่ต้องมีการขยับหรือยืดหยุ่นเล็กน้อย
คำแนะนำ: ควรเขย่าขวดก่อนใช้งานทุกครั้ง และควรเก็บไว้ในที่แห้ง พ้นจากแสงแดด เพื่อคงประสิทธิภาพสูงสุดของเรซินครับ
ความแข็งแรงสูงและความเหนียวสูง
จากพื้นฐานของเรซินมาตรฐานรุ่นคลาสสิกของ Anycubic เรซินมาตรฐาน Anycubic รุ่น V2 ได้รับการปรับปรุงความเหนียวให้ดียิ่งขึ้น โดยมีค่าการยืดตัวขณะขาด (elongation at break) เพิ่มขึ้นถึง 93% ผลลัพธ์ที่ได้คือชิ้นงานที่มีความทนทานต่อแรงกระแทก แข็งแรง ทนทานต่อการแตกหัก และยังคงความยืดหยุ่นในระดับที่เหมาะสมไว้ได้

กลิ่นลดลง
ด้วยการอัปเกรดสูตรของเรซิน ทำให้กลิ่นของเรซินลดลงอย่างเห็นได้ชัด สร้างสภาพแวดล้อมการพิมพ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน

ความละเอียดสูงพร้อมการหดตัวน้อยที่สุด
ด้วยอัตราการหดตัวที่ลดลงยิ่งกว่าเดิม ความเสี่ยงในการบิดเบี้ยวของชิ้นงานจึงลดลง สามารถได้ความแม่นยำสูงสุด และแสดงรายละเอียดที่คมชัด สดใสในงานพิมพ์ของคุณ

การใช้งานหลากหลาย พร้อมอัตราความสำเร็จในการพิมพ์สูง
ในฐานะเรซินระดับเริ่มต้น Anycubic Standard Resin V2 มาพร้อมกับอัตราความสำเร็จในการพิมพ์ที่สูง เหมาะสำหรับการพิมพ์ชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงและความเหนียวสูง เช่น ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนประกอบ เครื่องมือ แบบจำลองสถาปัตยกรรม งานต้นแบบ (prototype proofing) และการออกแบบฟิกเกอร์ เป็นต้น







![]()
คำแนะนำในการใช้งาน
(1) ก่อนใช้งาน:
เขย่าขวดเรซินให้เข้ากันก่อนใช้งาน ทำความสะอาดถังใส่เรซิน (resin tank) และแท่นพิมพ์ (molding platform) เพื่อให้พื้นด้านล่างของถังเรซินอยู่ในสภาพที่ดีสำหรับการส่งผ่านแสง
(2) ระหว่างการใช้งาน:
เปิดฝาขวดแล้วเทเรซินลงในถังเรซินตามปริมาณที่เหมาะสมกับข้อกำหนดของเครื่องพิมพ์ จากนั้นเลือกค่าพารามิเตอร์และการตั้งค่าการพิมพ์ที่ถูกต้องตามชนิดของเครื่อง
(3) หลังการใช้งาน:
หลังการพิมพ์เสร็จสิ้น โปรดใช้เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการหลังการพิมพ์ (post-processing) ซึ่งรวมถึงมีด คีมตัดเฉียง แหนบ ภาชนะ ถุงมือ และน้ำยาทำความสะอาด เช่น เอทานอล (ethanol) ความเข้มข้น ≥95% แลคเตต (lactate) หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol)
(4) ขั้นตอนการหลังการพิมพ์ (Post-processing steps):
A. ใช้มีดแยกชิ้นงานที่พิมพ์เสร็จแล้วออกจากแท่นพิมพ์อย่างระมัดระวัง
B. นำชิ้นงานไปแช่ในน้ำยาทำความสะอาด ล้างให้สะอาด หรือใช้เครื่องล้างแบบอัลตราโซนิก (ultrasonic wash) จากนั้นนำออกมาให้สะเด็ดน้ำ แนะนำให้ใช้เครื่อง ANYCUBIC Wash and Cure เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
C. ทำขั้นตอนเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น การตัดซัพพอร์ต (support removal) การขัดผิว (polishing) การลงสี (coloring) เป็นต้น
ข้อควรระวัง
-
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเก็บรักษาเรซินที่ยังไม่แข็งตัว (uncured resin) คือในที่เย็น มืด อุณหภูมิห้อง และหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความร้อนสูง
-
อุณหภูมิที่แนะนำสำหรับการใช้งานคือ 18–35°C หากอุณหภูมิต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อคุณภาพการพิมพ์ได้ ดังนั้นสามารถอุ่นเรซินเล็กน้อยก่อนใช้งานได้ (ไม่เกิน 60°C)
-
หากพบว่ามีการตกตะกอนของเม็ดสีในเรซิน สามารถใช้งานได้หลังจากคนหรือเขย่าให้เข้ากัน
-
เพื่อรักษาคุณสมบัติของเรซิน ควรนำชิ้นงานออกจากน้ำยาทำความสะอาดโดยเร็วหลังจากล้างเสร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานเกินไป
-
เพื่อให้ชิ้นงานมีคุณสมบัติทางกลที่ดีที่สุด ควรทำการ อบแสง (post-curing) หลังจากการล้างและการทำให้แห้งโดยเร็วที่สุด
-
เพื่อให้ได้สมรรถนะของวัสดุที่ดีที่สุด ควรควบคุมความเข้มและระยะเวลาในการฉายแสงหลังการอบแสง โดยมีคำแนะนำดังนี้:
(1) ความเข้มของแสงจากหลอดปรอท (mercury lamp) หรือแหล่งแสง LED ควรอยู่ที่ 5–10 mW/m² และระยะเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง (สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม)
(2) การอบแสงด้วยแสงแดดในฤดูร้อนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
(3) ห้ามนำชิ้นงานไปไว้ใกล้หรือสัมผัสกับแหล่งกำเนิดแสงที่มีความเข้มสูงเป็นเวลานาน เช่น หลอดปรอทแรงดันสูง (high-pressure mercury lamp)
(4) แนะนำให้พิมพ์ในห้องที่มีแสงน้อย หรือปิดฝาเครื่องขณะพิมพ์ เพราะเรซินเป็นวัสดุที่ไวต่อแสง (photosensitive material)
หมายเหตุ (PS):
คุณสมบัติของวัสดุอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์พิมพ์ วิธีการอบแสง และเครื่องมือทดสอบที่ใช้
สำหรับข้อมูลด้านความปลอดภัย โปรดดูเอกสาร MSDS (Material Safety Data Sheet) ของผลิตภัณฑ์นี้
หากพบปัญหาระหว่างการใช้งาน สามารถติดต่อเราได้ทุกเมื่อ