รู้จักกับประเภทเครื่อง Resin 3D Printer ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

รู้จักกับประเภทเครื่อง Resin 3D Printer ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

1 นาทีในการอ่าน

ก่อนจะตัดสินใจลงทุนกับเครื่องพิมพ์เรซิ่น การเข้าใจความแตกต่างของเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเครื่องพิมพ์ 3 ประเภทยอดนิยมอย่าง DLP, SLA และ LCD ตั้งแต่เรื่องของความแม่นยำ ช่วงราคา ไปจนถึงค่าบำรุงรักษา เพื่อให้คุณเลือกเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานพิมพ์ 3 มิติของคุณให้สูงที่สุด

ในแวดวงของงานขึ้นรูปโมเดลต่าง ๆ การทำความรู้จักกับประเภทเครื่อง Resin 3D Printerซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันคือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ทุกคน หรือธุรกิจที่กำลังมองหาเครื่องพิมพ์เกิดความเข้าใจ และตัดสินใจซื้อใช้งานได้อย่างถูกต้องตอบโจทย์มากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานของคุณให้ออกมาดีที่สุดอย่างแน่นอน

3 ประเภทเครื่อง Resin 3D Printer ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

1. Digital Light Processing (DLP)

เป็นเครื่อง Resin 3D Printer ประเภทแรกที่อยากจะมาแนะนำ โดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยีสุดล้ำ มูลค่าจะอยู่ที่หลักแสนบาทขึ้นไป เพราะชุด DLP มีราคาสูงมาก ผู้คิดค้นและผู้ผลิตมาจากอเมริกา ซึ่งเครื่องประเภท DLP สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ ซึ่ง งาน 3D Printing ก็เป็นอีกลักษณะที่ใช้เครื่องพิมพ์ประเภทนี้ ปัจจุบันรุ่นที่ถูกสุดราคาก็จะอยู่ที่ราว ๆ 2 หมื่นกว่าบาท ความละเอียดที่ระดับ HD (720P)

ซึ่งในประเทศไทยมักถูกใช้ในแวดวงสินค้าที่มีอัตราการผลิตสูงเมื่อเทียบกับการใช้เครื่องประเภททั่วไป เช่น ธุรกิจจิวเวลรี กลุ่มงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ งานวิจัย หรืองานทันตกรรม คุณภาพงานมีความเสถียร ทั้งนี้ตัวเครื่อง DLP ยังมีระยะเวลาการซ่อมบำรุงชัดเจน จึงควรเผื่อเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ประมาณ 10 – 15% เมื่อเทียบกับราคาของเครื่องในช่วงแรก แต่หลังจาก 3 – 5 ปี ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามลำดับ หากสนใจซื้อควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายอย่างถี่ถ้วน เพราะผู้ผลิตแต่ละรายมีการเพิ่มเติมฟีเจอร์ การดีไซน์ และรายละเอียดแตกต่างกัน

2. Stereolithography (SLA)

ต่อมาเป็นเครื่อง Resin 3D Printer ประเภท Stereolithography (SLA) เป็นเทคโนโลยี 3 มิติ รุ่นแรกของโลก มีการใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น UV เพื่อวาดภาพ 2D ตามพื้นที่หน้าตัด ปัจจุบันหากใครกำลังมองหา SLA แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ราคาอาจแพงกว่ารุ่นเก่า ๆ แต่นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด อัดแน่นด้วย Hardware และ Software อัปเดตทันสมัย ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว

ความพิเศษอีกด้านของเครื่อง SLA คือใช้งานง่าย ยิ่งเป็นชนิด Software Preform ที่มีการซัปพอร์ตจัดเรียงงานได้อย่างชาญฉลาดผ่านระบบ AI ที่นำข้อมูลผู้ใช้ไปปรับปรุงการตั้งค่าให้ดีขึ้น รวมถึงเครื่องประเภทนี้ยังสามารถเลือกเรซินได้หลายชนิด จึงตอบโจทย์แบบครบถ้วนทุกการใช้งาน ยิ่งถ้าเลือกซื้อรุ่นราคาใกล้เคียง 1 ล้านบาท จะเป็นงานอุตสาหกรรมที่ผลิตวัสดุชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง มีความเสถียรมาก

3. Liquid Crystal Display (LCD)

เครื่อง Resin 3D Printer ที่เหมาะกับธุรกิจหรือผู้เพิ่มเริ่มต้น เทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่งานชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงเครื่องระดับอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีราคาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาด ความละเอียดหน้าจอ LCD คุณภาพชิ้นส่วน แหล่งผลิต ความทนทาน ฟีเจอร์เพิ่มเติม หากราคาเครื่องสูงก็มีจอขนาดใหญ่ขึ้นทำให้มีพื้นที่การพิมพ์ตามขนาดจอ ความเร็วอยู่ที่สเปกแต่ละเครื่อง ประสิทธิภาพการใช้งานเริ่มตั้งแต่ 0.5 – 1 cm. ต่อชั่วโมง ที่ 50 ไมครอน ราคามีตั้งแต่หลักหมื่นบาทต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นบาทปลาย ๆ สามารถเลือกซื้อได้ตามงบประมาณและความต้องการในการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนซื้อเครื่อง Resin 3D Printer ก็มีเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ความละเอียด พื้นที่ในการพิมพ์ประเมินว่าแบบไหนสำคัญกว่า งบประมาณลงทุน การจัดหาอะไหล่ วัสดุสิ้นเปลือง ความยากง่ายของระบบ ข้อมูลปลีกย่อยเพิ่มเติม การตั้งค่า และชื่อเสียงแบรนด์ที่มีทั้งของไทย และต่างประเทศ ฯลฯ เชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความเข้าใจและสามารถตัดสินใจซื้อได้ตรงตามความเหมาะสมของงานที่ทำ

แท็ก


Blog posts

เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่าน

คุณมีบัญชีหรือยัง?
สร้างบัญชี