
ทีม DAEDALUS อัสสัมชัญ บางรัก แถลงข่าวฉลองแชมป์โลก CanSat 2026
2 min reading time

2 min reading time
3 ก.ค. 2569 โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก จัดพิธีแสดงความยินดีทีม DAEDALUS หลังคว้าแชมป์โลก Annual CanSat Competition 2026 ในฐานะทีมมัธยมทีมเดียวที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ พร้อมเปิดเบื้องหลังห้องปฏิบัติการ DREAM MAKER SPACE
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.30 น. โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการแก่ทีม DAEDALUS ณ ศูนย์การเรียนรู้ วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมเทคโนโลยีการบินและอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูง ชั้น 3 อาคารนักบุญหลุยส์-มารีย์ หลังทีมนักเรียนมัธยมทีมนี้สร้างประวัติศาสตร์คว้าตำแหน่ง “แชมป์โลก” ในการแข่งขัน Annual CanSat Competition 2026 มาครองได้สำเร็จ
ทีม DAEDALUS เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันวิศวกรรมอวกาศและดาวเทียมจำลองระดับนานาชาติ Annual CanSat Competition 2026 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง Monterey รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางทีมคู่แข่งที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและสถาบันชั้นนำจากนานาประเทศ โดย DAEDALUS เป็น ทีมระดับมัธยมศึกษาทีมเดียว ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ และคว้าคะแนนรวมสูงสุดของการแข่งขันไปครองด้วยคะแนน 93.0778 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ส่งผลให้ได้รับรางวัล The First Place Winner Award หรือตำแหน่งชนะเลิศอันดับ 1 ของโลกในที่สุด
ภารกิจหลักของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การตรวจสอบความพร้อมก่อนภารกิจ (Flight Readiness Review), การปล่อยและปฏิบัติภารกิจของดาวเทียมจำลอง (Launch Mission) และการวิเคราะห์สรุปผลหลังภารกิจ (Post Flight Review)
ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบเสื้อเกียรติยศให้กับสมาชิกทีม DAEDALUS ทุกคน และมอบโล่ขอบคุณให้แก่หน่วยงานผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จ โดยมีภราดาวิริยะ ฉันทวโรดม ที่ปรึกษาโรงเรียน และภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุปผา รองผู้อำนวยการ/หัวหน้าฝ่ายวิชาการ ร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย
ตัวแทนทีม DAEDALUS ได้ร่วมพูดคุยถึงเส้นทางการแข่งขัน แรงบันดาลใจในการเข้าร่วมโครงการ และเบื้องหลังการทำงานตลอดหลายเดือนก่อนจะประสบความสำเร็จ พร้อมพาสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ
คุณครูที่ปรึกษาทีม: มาสเตอร์พชร ภูมิประเทศ, มาสเตอร์ณัฐกิตติ์ ขวัญกิจพิศาล และนายวิวรรษธร ฐิตสิริวิทย์ (ศิษย์เก่า)
ภายในงาน ผู้ร่วมงานยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งเป็นพื้นที่บ่มเพาะฝีมือของทีม DAEDALUS ตลอดโครงการ ประกอบด้วย 4 ห้องหลัก ได้แก่
ความสำเร็จของทีม DAEDALUS เกิดขึ้นได้จากแรงสนับสนุนของหลายภาคส่วน ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง ไทยแลนด์ จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด, กลุ่มอัสสัมชัญชนิกรุ่น 97, สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ, บริษัท มอร์เดิลส์ จำกัด, โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และสมาคมอัสสัมชัญ
CanSat หรือ “ดาวเทียมกระป๋อง” คือแบบจำลองดาวเทียมขนาดเล็กเท่ากระป๋องเครื่องดื่ม (ราว 330 มิลลิลิตร) ซึ่งริเริ่มโดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศ วิศวกรรม การเขียนโปรแกรม และการทำงานเป็นทีม ผ่านกระบวนการออกแบบ สร้าง และทดสอบดาวเทียมจำลองให้ทำงานได้จริงในเชิงภารกิจ แม้จะไม่ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรจริงก็ตาม
ความสำเร็จของทีม DAEDALUS ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนอัสสัมชัญ แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของเยาวชนไทยบนเวทีวิศวกรรมอวกาศระดับโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศมากยิ่งขึ้น
การแข่งขัน Annual CanSat Competition จัดขึ้นโดยสมาคม American Astronautical Society (AAS) ร่วมกับศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซา (NASA Goddard Space Flight Center) เพื่อจำลองกระบวนการพัฒนาโครงการอวกาศแบบครบวงจรให้นักเรียนนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริง โดยภารกิจประจำปี 2569 มีชื่อว่า Paraglider Instrument Delivery กำหนดให้แต่ละทีมออกแบบระบบที่สามารถนำส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่บอบบางลงสู่จุดลงจอดที่กำหนดได้อย่างปลอดภัย โดย CanSat ต้องปล่อยกล่องบรรทุกอุปกรณ์ออกมาที่ระดับความสูงพอดี 80% ของความสูงสูงสุด ก่อนเริ่มร่อนลงสู่พื้นแบบอัตโนมัติด้วยร่มร่อน
ความท้าทายใหญ่ของภารกิจนี้อยู่ที่สภาพลมระหว่างการแข่งขันที่แปรปรวนและคาดเดายาก ทีมงานจึงต้องอาศัยการออกแบบเชิงคาดการณ์ วางแผนอย่างละเอียด และทดสอบก่อนบินซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อรักษาความแม่นยำของเส้นทางและจุดลงจอด และเมื่อแคปซูลลงสู่พื้นแล้ว ทีมยังต้องจัดทำรายงาน Post Flight Review สรุปผลภารกิจ วิเคราะห์ข้อมูลการบิน ระบุปัญหาที่พบ และเสนอแนวทางปรับปรุงต่อคณะกรรมการตัดสิน
กว่าจะได้สิทธิ์เข้ารอบชิงชนะเลิศ ทีม DAEDALUS ต้องผ่านการคัดเลือกจากทีมที่สมัครเข้าร่วมกว่า 82 ทีมทั่วโลก โดยในรอบทดสอบสภาพแวดล้อม (Environmental Test) ซึ่งประเมินความทนทานของ CanSat ทั้งด้านอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน ความปลอดภัย และความเสถียรของระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทีมทำคะแนนได้เต็ม 100 คะแนน และมีคะแนนสะสมรวมในรอบคัดเลือกสูงถึงร้อยละ 99.113 จนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งมีเพียง 36 ทีมจาก 23 ประเทศทั่วโลกเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วม และ DAEDALUS คือทีมระดับมัธยมศึกษาทีมเดียวในบรรดาทีมทั้งหมดที่เข้าแข่งขันในรอบนี้
เป้าหมายของโครงการคือการออกแบบ สร้าง และควบคุมดาวเทียมจำลองขนาดเท่ากระป๋องเครื่องดื่มให้ทำงานได้ครบวงจรเสมือนภารกิจอวกาศจริง ภายใต้ข้อจำกัดด้านขนาด น้ำหนัก และความน่าเชื่อถือที่เข้มงวด ตัว CanSat ต้องทนทานต่อสภาวะการปล่อยจากจรวด กางระบบร่อนและปล่อยกล่องบรรทุกอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัยระหว่างการร่อนลง เก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ และส่งสัญญาณโทรมาตร (telemetry) กลับมายังสถานีภาคพื้นดินได้อย่างแม่นยำ
ทุกระบบย่อยถูกควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ที่รันเฟิร์มแวร์ซึ่งทีมพัฒนาขึ้นเอง ออกแบบให้มีความซ้ำซ้อนของระบบ (redundancy) และทนทานต่อความผิดพลาด (fault tolerance) เพื่อให้ภารกิจยังดำเนินต่อไปได้แม้เกิดปัญหาระหว่างทาง ทีมงานตั้งใจให้โครงการนี้จำลองกระบวนการทำงานของวิศวกรอวกาศมืออาชีพอย่างแท้จริง ตั้งแต่การทบทวนความต้องการของระบบ การตรวจแบบขั้นต้นและขั้นละเอียด (PDR/CDR) ไปจนถึงการทดสอบและกู้คืนอุปกรณ์หลังการบิน เพื่อฝึกฝนทั้งทักษะด้านอิเล็กทรอนิกส์ การเขียนโปรแกรม กลไก และการบูรณาการระบบไปพร้อมกัน
ความสำเร็จของทีม DAEDALUS ในครั้งนี้ตอกย้ำชื่อเสียงของโรงเรียนอัสสัมชัญ สถาบันการศึกษาคาทอลิกริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้อาสนวิหารอัสสัมชัญ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2428 โดยบาทหลวงเอมิล-โอกุสต์ กอลมเบต์ ผู้เชิญคณะภราดาเซนต์คาเบรียลจากประเทศฝรั่งเศสมาร่วมพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทย ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้ได้บ่มเพาะศิษย์เก่าที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงการเมือง ธุรกิจ และวิชาชีพต่าง ๆ ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดชื่อเสียงของโรงเรียนได้ขยายไปสู่วงการวิศวกรรมอวกาศระดับโลกผ่านความสำเร็จของทีม DAEDALUS ในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนว่าความทุ่มเทและวิสัยทัศน์ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยอายุแต่อย่างใด